ชวนชิม

นี่คือ ไส้กรอก อร่อยที่สุดที่มีอยู่ในท้องตลาดขณะนี้…
ยี่ห้อ "BELUCKY" หนังกรอบ นุ่มดี
ไม่ว่าท่านจะนำไป ต้ม ปิ้ง ทอด หรือ ย่างด้วยไฟอ่อนๆ ก็หอมอร่อย
ไม่เคยสร้างความผิดหวังแก่ผู้ที่ได้ลิ้มลอง
ก่อนซื้อขอให้สังเกตดูให้ดี ว่าต้องเป็นแบบ "frankfurther" เท่านั้น
แต่อาจจะซื้อลำบาก เนื่องจากว่าหาได้ยากมาก
 โปรดลองดูที่ Gourmet Market (Siam Paragon), Villa Market สาขา ซอยอารีย์, Tops สาขาต่างๆ โดยเฉพาะ Central Town รัตนาธิเบศร์
… และ ห้าง "THX" ธนบุรี
… ขอให้มีความสุขกับการรับประทาน
 
Like Mo said…, "If u notice this notice- you will notice that this notice [is not worth noticing]"
 
ภาพดังแสดง
 
Posted in Be-lucky | 4 Comments

My Resignation Letter

Drafted on a tissue paper…
 
ทุกๆท่าน,
 
หลังจากที่ ผม ได้รับช่วงทำหน้าที่ "ประธาน Jobless Society" มาตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปัจจุบัน ผม ได้พยายามทำหน้าที่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่สมควรทุกประการ หากว่าถ้าได้มีความบกพร่องผิดพลั้งไปอย่างไร ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้
 
แต่ตอนนี้ ถึงเวลาสมควรที่ผมต้องไปแล้ว ถึงแม้ว่าผมอยากจะรั้งอยู่แค่ไหน แต่ก็มิอาจไม่ไปไม่ได้แล้ว ดังนั้น ผม จึงขอ ลาออก จากตำแหน่งความรับผิดชอบ ประธาน Jobless Society โดยให้มีผลตั้งแต่ บัดนี้… เป็นต้นไป
 
ต่อแต่นี้ กิจการทั้งปวงของ Jobless Society จะดำเนินไปอย่างไร ผมล้วนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น… และขอให้ทุกคนอย่าได้เกี่ยวข้อง… เป็นดีที่สุด 
 
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
 
ขอขอบคุณ
 
Signin’ Off…
 
@uotero
 
Keep cool my babies…
 
(ขอบคุณภาพจาก http://www.pantip.com)
 
Posted in เพื่อจุดยืน | 1 Comment

โปรดเอื้อเฟื้อต่อ เด็ก คนชรา

วันนี้น่าแปลกอยู่เล็กน้อยที่มีฝนพรำลงมาเป็นเม็ดเล็กๆตลอดเกือบทั้งวัน บวกกับอากาศที่มีลมเย็นสบาย พัดโชยเบาๆ บรรยากาศปลอดโปร่งดี…
 
ตอนบ่าย ผมจึงออกไปเดินเล่นที่ สวนจตุจักร…
 
ฟัง ฝรั่งคนหนึ่ง บ่นกับเพื่อนว่า "Must take a week to finish all this" ได้ยินแล้วอดหัวร่อออกมาไม่ได้…
 
ทีแรกตั้งใจว่าจะไปหาซื้อรองเท้าแตะยี่ห้อ "ตราสามแฉก" ที่หมายตามานาน แต่เสียดายหาร้านไม่เจอ จนแล้วจนรอดแทบไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้าน ปลอบใจตัวเองว่า หาไม่เจอก็ดีเหมือนกัน เพราะจะได้ไม่ต้องเสียสตางค์ คนเราบางทีซื้อของหลายอย่างเกินความจำเป็น หากประหยัดได้บ้าง จะไม่ทำให้ ท่าน สบายใจขึ้นหรือ?
 
แต่แล้วก็บังเอิญเจอ แจกันไม้ชิ้นหนึ่ง ดั่งเหมือนถูกแรงดึงดูด เป็นบุพเพสันนิวาศ ดูแล้วรู้สึกสวยงามเป็นงานศิลปะ ถึงแม้ว่า "ใครคนนึง" จะห้าม แต่ผมไม่ฟัง แถมยังให้ เธอ ช่วยต่อราคาให้จนสมปราถนาหน้าบาน… แวะซื้อ ปลาดุกทอดกรอบผัดพริก หนึ่งถุง ที่ องค์กรต้มตุ๋นเกษตรกร ราคา 50 บาท "ใครคนนั้น" บ่นออกว่า "แพงฉิบหอย" ผม ต้องหัวเราะออกมาดังๆ
 
ขากลับแยกย้าย คุณชายอย่างผม(ถุย!) ตัดสินใจไม่เรียก แท๊กซี่ กลับบ้านเหมือนทุกที… วันนี้ ผม เลือกนั่ง น้องรถเมล์ เหตุผลเพียงเพราะผมรู้สึกว่ามันสบายและประหยัด(ไม่ได้กระแดะ)
 
ระหว่างที่ห้อยโหนรอ รถประจำทาง ออกจากท่าเนิ่นนาน ผมมองเห็น รอยยิ้มของ เด็กสาว ที่ช่วย แม่ หิ้วของพะรุงพะรัง คาดว่าพึ่งไปจ่ายตลาดมาแล้วกำลังจะกลับบ้าน เห็น คุณลุงคนขับ แอบพักนัตถุ์ยา ยังแอบคิดว่ารสชาติของมันจะเป็นเช่นไร? หอมหวานขนาดไหน? เห็นคนหนุ่มบึ่งรถซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์ ใส่ชุดแข่งฟุตบอลกันไปเต็มยศ แม้แต่ถุงเท้าที่รูดยาวขึ้นมาจนถึงหัวเข่าก็ไม่ขาด ใบหน้ายิ่งมาล้วนยิ่งเบิกบาน เห็น ทหาร และ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เอ่ยคำขออนุญาตตรวจกระเป๋าของคนที่กำลังผ่านมาผ่านไป ทั้งผู้ตรวจ และ ผู้ถูกตรวจ ต่างยิ้มแย้มแจ่มใส่ มีไมตรีต่อกันอย่างสุภาพ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอย่างยิ่ง…
 
ผมมองเห็นความสุข ของการใช้ชีวิตของมนุษย์ ความสุขของการมีชีวิตอยู่ แต่ผมก็รู้ว่าจริงๆแล้วยังมีความทุกข์อยู่บนโลกนี้ ปะปนกันสลับสับเปลี่ยนมาเมื่อถึงวันและเวลาของมัน
 
และผมยังรู้จากที่ผมร่ำเรียนวิชามา ว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขสันติสุข ต้องมี ความเชื่อ จารีตประเพณี และ กฏหมาย ที่ทุกคนยึดถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เอื้อต่อการ "พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์"!!!
 
แต่ผมนั้นกลับโง่บัดซบ เหมือนตัวโง่งมตัวหนึ่งจริงๆ ผมไม่รู้เลยจริงๆ และ ถึงจะคิดทบทวนเท่าไหร่ ก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ อีกความไม่สงบ กับความไม่ปรกติ ที่กำลังเกิดขึ้นกับ ชาติของเรา สังคมมนุษย์เรา โลกของเรา มันเกิดขึ้นเพื่ออะไร? อุดมการณ์หรือ? ความเชื่ออย่างไรหรือ? สิ่งที่ถูกต้อง? หรือสิ่งที่จำเป็น? คนเหล่านั้นเขากำลังยึดมั่นถือมั่นอยู่กับอะไร!? สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ!? เป็นสิ่งที่เขาคิดว่าดีแล้วจริง!?…
 
ผมว่า ที่ ชาคริต แย้มนาม พูดไว้เมื่อไม่นานมานี้ เมื่อลองฟังดูอีกสักหลายที กลับพูดได้ไม่ผิดนัก อีกทั้งยังพูดได้ งามแย้ม มาก เขาพูดว่า พวกเราทุกคนเมื่อตื่นนอนขึ้น ควรจะส่องกระจกดู แล้วถามตัวเองว่า "มึงทำเหี้ยอะไรกันอยู่?"…
 
ไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะสามารถคิดไปได้ว่า สงครามจะช่วยก่อให้เกิดความสันติสุข ต้องทำร้ายผู้อื่นเพื่อที่เราจะได้สิ่งที่ต้องการ ฆ่าพวกมันเพียงเพราะว่ามันไม่ใช่พวกเรา เพียงเพราะมันไม่ใช่พวกเราจึงสมควรตาย เขาคิดเช่นนี้หรือ!?…
 
จะอย่างไรก็ตาม ความดีจะชนะความเลวเสมอ… ขอเพียง พลังฝ่ายดี… อย่ากลัว!
 
ไม่ต้องถึงขนาดที่ว่า รีบเฮโลออกไปปราบโจรผู้ร้ายกันหรอกครับ แค่สมัยนี้จะหา ผู้ชาย ที่เสียสละลุกให้ เด็ก หรือ คนแก่ นั่งบนรถสาธารณะยังหาได้ยาก หากใครทำอยู่แล้ว ผมขอชื่นชมจากใจจริง… ขอเพียงแค่เริ่มจากตัวเองว่า ไม่ทำเลว ไม่ทำชั่ว… ขอเพียงแค่มีความเกรงกลัวต่อบาป…
 
พวกเราทุกคนล้วนอยากมีความสุข หากไม่สามารถหยิบยื่นให้แก่กัน อย่างน้อยเพียงอย่าเบียดเบียนแย่งชิงซึ่งกันและกันได้ ก็ประเสริฐมากแล้ว…
 
โปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรี และ คนชรา อีกทั้ง หมู หมา กา ไก่…
 
Posted in Uncategorized | 7 Comments

In The Year 2000…

ขอบคุณ "Baboo tan" สำหรับภาพสวยๆในอัลบั้ม… (http://tancmo.spaces.live.com)
 
Posted in Uncategorized | Leave a comment

I do swear to God… and Santa!

ช่วงเทศกาล Hollyday ได้ของขวัญกันหรือยังครับ?
 
ผม ได้รับฟังเรื่องราวนี้มาจาก ท่านนักปราชญ์ ผู้เป็นพหูสูจน์จากการอ่าน มหากาพย์สามก๊ก จบ 30รอบ ตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนอยู่ ป.3…
 
เรื่องมีอยู่ว่า…
 
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้ ได้มี "ซานตาลึกลับ" ปรากฏตัวออกมาในบริเวณ มลรัฐมหานครนิวยอร์ค…
 
เป็น ชายชรา แต่งกายด้วย เสื้อผ้าสีแดง ออกตระเวน พบปะ พูดคุย คลุกคลี และแจกของให้กับบรรดา คนยาก คนจน และ ครอบครัวที่กำลังมีความลำบาก ของที่แจกนั้นก็คือ เงิน บางครั้ง $100 บางครั้ง $200 ขึ้นอยู่กับ ความจำเป็น และ ความต้องการ ของผู้รับ
 
เขาทำตัวลับๆล่อๆอยู่อย่างนั้น จนผู้คนที่รับรู้เรื่องราวต่างเริ่มครหา หลายคนคิดว่า เขาต้องเป็นบ้า จนกระทั่ง เหล่า นายตำรวจ, เจ้าหน้าที่, Autorities ทั้งหลายต้องให้ความสนใจและริ่มจับตาดูความเคลื่อนไหว
 
นายตำรวจท่านหนึ่ง เกิดความสงสัย จึงขอติดตาม ชายชรา ไป เพื่อดูว่า เขาทำอย่างนั้นเพื่ออะไร? และทำอย่างไร?… นายตำรวจท่านนั้น กล่าวว่า ในตอนเริ่มต้นของวันที่เขาได้ติดตาม ชายแก่ และเฝ้าดูพฤติกรรมที่ ชายคนนั้น ออกตระเวนพบปะ และแจกของ ให้แก่ ผู้คน ในตอนแรกเขาคิดว่า นี่ช่างเป็นการกระทำที่น่าขบขันเป็นอย่างยิ่ง ชายคนนี้ คงจะเพี้ยนหรือสติไม่ดีเป็นแน่แท้ แต่ at the end of the day, ตำรวจคนนี้ กลับต้องหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความปิติทราบซึ้งกับประสบการณ์ที่เขาได้สัมผัส และ หลังจากนั้นเขาได้ขอกับ ชายแก่ ว่าต้องการจะเข้าร่วมช่วยเหลือในสิ่งที่ ชายชรา ริเริ่มขึ้นมา…
 
คำถามก็คือว่า ชายแก่คนนี้เป็นใคร และ เขากำลังทำอะไร?
 
ซานตาท่านนี้เปิดเผยว่า เขาเป็นเศรษฐีผู้พอมีอันจะกิน และการที่เขาทำแบบนี้ เพียงเพราะมีความประสงค์อย่างแรงกล้า ที่จะช่วยเหลือคนที่ยากลำบากกว่าเขา…
 
เขายังมี สมาคมลับ ที่ตนได้จัดตั้งขึ้นมา เป็นกลุ่มคนที่ทำหน้าที่เหมือน มูลนิธิ ที่คอยให้ความช่วยเหลือกับ ผู้ยากไร้ และเขาก็มีกลุ่มสมาชิกผู้ร่วมอุดมการณ์อยู่จำนวนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น นายตำรวจคนนั้น…
 
ก่อนหน้าที่เรื่องทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้น เขา เคยเป็นคนจนอย่างมาก จนจนแทบจะไม่มีอะไรจะทาน แต่ทุกอย่างมันเกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่ง เขา ทนความหิวโหยต่อไปอีกไม่ไหว จึงตัดสินใจทำเป็นเข้าไปสั่ง ชุดอาหารเช้า รับประทานใน dinning restuarant แห่งหนึ่ง เมื่อทานอาหารจนหมดสิ้นแล้ว เขาก็กลั้นใจบอกกับ พนักงานว่า เขาทำกระเป๋าสตางค์หาย… ในใจ เขาคิดว่าคราวนี้คงต้องติดคุกแน่นอน และทำใจพร้อมยอมรับกับชะตาชีวิตในขณะนั้น เพียงแต่ว่า…
 
ผู้จัดการของร้าน ก้มลงไปที่ใต้โต๊ะ แล้วควักเอาเงิน 20เหรียญ ของตัวเองออกมา ก่อนที่จะบอกเขาว่า "ผมเชื่อว่า คุณทำเงินนี้หล่นไว้ใต้โต๊ะครับ"…???!!!
 
เขามึนงงกับเหตุการณ์ ที่นอกจาก ผู้จัดการร้าน จะไม่เอาเรื่องกับเขา แล้วยังให้อาหารมื้อนั้นแก่เขา และมอบเงินส่วนตัวให้แก่เขาอีก 20 บาท…!!! ทำให้เขาร้องไห้ออกมา เขาขอบคุณต่อ พระเจ้า และสัญญาว่า เขาจะใช้หนี้นี้ด้วยการ "pay it forward" เพื่อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่นต่อๆไป…
 
วันนี้ เขายอมเปิดเผยตัวในที่สุด ด้วยเหตุผลที่ว่าเขากำลังจะตาย… เขากำลังป่วยด้วย โรคร้าย และ หมอได้บอกกับเขาว่า เขาจะอยู่ได้อีกไม่นาน… เขาจึงตัดสินใจ เปิดเผยตัวตนและเรื่องราวนี้ออกมา…
 
ปัจจุบัน คุณลุงซานตาลึกลับ และ สมาคมของเขา ได้ใช้เงินไปในการบริจาคให้กับ คนยากไร้ ไปแล้วกว่า 50ล้านบาท…
 
 
เพื่อนๆครับ ของขวัญปีนี้ อยากจะได้อะไรกัน?
 
(ภาพจาก http://www.loosie.net)
 
Posted in Uncategorized | 6 Comments

กาแฟแก้วที่ไม่มีวันได้ดื่ม… ตลอดกาล

Coffee I Never Had…
 
ผมตั้งใจว่าจะดื่มกาแฟแก้วนี้… แต่ทันใดนั้น ในจังหวะที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แม่ กระชากประตูฝั่งคนนั่ง แล้วพุ่งเข้ามาคว้าแก้วใบนั้นอย่างฉับไว!!!
 
แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น…
 
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผม ผ่านการฝึกฝนมาไม่น้อย ฝึกการแสดงงานโรงเรียนอนุบาล ผ่านการเข้าค่ายลูกเสือผูกเงื่อนต่างๆ อีกทั้งยังสำเร็จ หลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร ดังนั้น ปฏิกริยาตอบสนองในสถานการณ์คับขันของผมฉับไวยิ่ง!
 
เพียงยืดมือซ้ายออก ก็ฉวยยึดแก้วไว้ได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ แม่ ไม่สามารถช่วงชิงเอา กาแฟหุบเขาดำแก้วนั้น ไปได้…
 
 
เรื่องนี้เกิดขึ้นในวันที่ ผม และ แม่ ไปซื้อของจาก ห้างขายปลีกขนาดใหญ่สุดอื้อฉาว ก่อนจะกลับบ้าน ผม เข้าไปสั่ง Iced-Mocha แก้วโปรดของ ร้านหุบเขาสีดำ…
 
ผมไม่เคยทาน Iced-Mocha ของร้านนี้มาก่อน จึงคิดอยากทดลอง หลังจากที่ส่งยิ้มหวานให้กับ พนักงาน ผมก็มองอะไรไปเพลินๆ จนไปพบเห็นสิ่งผิดปกติแปลกประหลาด คือขณะที่ สาวสังกัดหุบเขาดำ กำลังจัดเตรียมปรุงกาแฟให้กับผม มือหนึ่งเธอถือซองกาแฟปรุงสำเร็จ อีกมือหนึ่งถือกรรไกร แต่แล้วจู่ๆสีหน้าของเธอพลันแปรเปลี่ยนไป… กลับแปรเปลี่ยนเป็นบูดเบี้ยวจนหน้าตกใจ!!!
 
ในมือซ้ายของเธอที่ถือซองกาแฟ กลับกลายมีเลือดไหลออกมาเป็นสาย… เป็นเลือดสดๆสีเข้มข้นรสเค็มขมคาวไหลออกมา!
 
ในตอนนั้นความคิดก็หลั่งไหลออกมาเช่นกัน…
 
ผม คิดว่า หากนี่เป็นเมืองฝรั่ง ที่เขามีวัฒนธรรมเปิดเผย ตรงไปตรงมา ผม อาจจะกล้าบอก เธอคนนั้น ว่า "ขอโทษครับ แต่ผมไม่ต้องการรับทานกาแฟแก้วนั้นแล้ว" แต่นี่เป็น เมืองไทย คือ ประเทศไทย แผ่นดินทองที่แสนสวยงามอำไพ ผม ไม่อาจหักใจทำร้าย เธอ คนนั้น ด้วยการบอกกับเธอว่า ผมไม่ต้องการรับทานกาแฟที่เธอปรุง เนื่องจากผมไม่มั่นใจและกลัวว่าเธอจะเป็นสาเหตุที่นำ "เภทภัย" มาสู่ผม…
 
ผม ไม่อาจทำเช่นนั้นเด็ดขาด… ในสภาวะที่สังคมเป็นอยู่ทุกวันนี้ ที่คนบริสุทธิ์ต้องตายเป็นผักปลา ที่คนดีถูกทำร้ายตลอดเวลา ที่คนชั่วลอยนวลลอยหน้าลอยตา… ผม ไม่อาจกระทำผิดพลาดด้วยการดูถูกทำร้ายจิตใจของ หญิงสาวคนหนึ่ง อย่างเด็ดขาด…
 
หากแต่…
 
ผม ไม่มีทางทราบได้เลย ว่าโลหิตที่ไหลออกมา เกิดจากการที่เธอถูกกรรไกร หรือ ถูกเครื่องปั่นก่อนหน้านั้น หรือว่ามันได้หยดลงไปในถังน้ำแข็งด้านล่าง หรือปะปนลงไปกับอ่างล้างจานที่เธอใช้ล้างแผล…
 
ในที่สุด สาวน้อยโชคร้ายคนนั้น ไม่อาจทนทานความเจ็บปวดจากพิษบาดแผลได้ เธอ จึงบอก เพื่อนของเธอ ให้มาดูแลผมแทน ส่วนคนอื่นๆต่างแสดงความห่วงใย และลงความเห็นตรงกันว่า ควรต้องนำเธอเร่งรุดไปสถานพยาบาลทันที
 
รอจนเพื่อนของเธอปรุง กาแฟแก้วนั้น ให้ผมจนสำเร็จ จึงชำระราคาไป แล้วกลับบ้าน…
 
แต่ผมยังไม่ได้ดื่มกาแฟแก้วนั้น…! ตลอดเวลาที่เดินออกจากห้างไปยังที่จอดรถ จนขึ้นนั่งและสตาร์ท ผม ยังไม่กล้าดื่ม…!
 
ในที่สุด ระหว่างเดินทางกลับบ้าน ผม ตัดสินใจบอกแม่ออกไป…
 
"แล้วดูดไปรึยังเนี่ยยย!!!" แม่ถาม
 
ผมตอบว่ายัง… ซึ่ง แม่ จึงมีคำสั่งอย่างเด็ดขาด บอกให้ทิ้งไป อย่าเสียดาย แต่ ผม ขอลองใช้เวลาไตร่ตรองดูอีกสักพัก…
 
 
กลับถึงบ้าน แม่ ช่วยลงไปดูรถ ให้ถอยจนเข้าที่เข้าทาง… ผม อยู่ในอารมณ์ที่ผ่อนคลายและปล่อยวาง…
 
 
ผมตั้งใจว่าจะดื่มกาแฟแก้วนี้… แต่ทันใดนั้น ในจังหวะที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แม่ กระชากประตูฝั่งคนนั่ง แล้วพุ่งเข้ามาคว้าแก้วใบนั้นอย่างฉับไว!!!
 
แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น…
 
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผม ผ่านการฝึกฝนมาไม่น้อย ฝึกการแสดงงานโรงเรียนอนุบาล ผ่านการเข้าค่ายลูกเสือผูกเงื่อนต่างๆ อีกทั้งยังสำเร็จ หลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร ดังนั้น ปฏิกริยาตอบสนองในสถานการณ์คับขันของผมฉับไวยิ่ง!
 
เพียงยืดมือซ้ายออก ก็ฉวยยึดแก้วไว้ได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ แม่ ไม่สามารถช่วงชิงเอา กาแฟหุบเขาดำแก้วนั้น ไปได้…
 
แม่ ร้องออกมาดังลั่น! "เอ๊ะ! ไม่ไห้กินนะ!!! บอกว่าให้เอาทิ้งไป!!!"…
 
ผม จึงตัดสินใจคลายมือออก…
 
 
กาแฟแก้วนั้น กาแฟที่ผมซื้อมาเพื่อกะว่าจะดูดแกล้มบอล (แมนยูฯ) กลับต้องกลายเป็น กาแฟแก้วที่ผมไม่มีวันได้ดื่มตลอดกาล กลายเป็น กาแฟแก้วที่ผมไม่มีวันได้รับรู้รสชาติตลอดกาล…
 
คุณว่ามันดื่มได้ไหมครับ? หากเป็นคุณหล่ะจะดื่มได้ไหม?
 
(ภาพจาก http://www.pioneerlocal.com)
 
Posted in Don't even know enough to know that I don't know... | 1 Comment

ขบวนการข้าวต้มผัด!

ผม ชื่นชอบเวลาที่ไปตลาด ไปซื้อกับข้าว แล้วได้ทักทายเสวนากับบรรดา พ่อค้า แม่ค้า ที่ซื้อหากันเป็นขาประจำ… ถึง ผม จะไม่ใช่คนที่มีสีสันน่าจดจำ แต่จากรอยยิ้มและมิตรภาพท่าทางที่พวกเขามีให้ ผมรู้ว่า พวกเขาล้วนจำผมได้…
 
หลังจากที่ซื้อ เต้าหู้ทอด ได้เรียบร้อยแล้ว ผม กลับต้องมายืนซื่อบื้อตัวแข็งทื่อดั่งว่าตัวเองได้เปลี่ยนแปลงเป็น "ตัวโง่งม" ตัวหนึ่ง เมื่อผมเหลือบไปเห็น "ข้าวต้มมัด" ที่ดูน่ารับทานเป็นอย่างมาก…
 
พลันตกลงไปในหลุมที่ลึกดำ หวนสู่ห้วงอดีตอันลึกล้ำ…
 
เมื่อสมัยที่ยังเล็ก ตอนที่ยังเป็นเด็กเล็กอยู่… ข้าพเจ้า เติบโตขึ้นมาในยุคปลายปี 70 ย่างเข้า 80… โตมาด้วยวัฒนธรรม ฮีโร่ญี่ปุ่น, ตัวตุ๊กตุ่นตุ๊กตา, และ บรรดา หนังจีนกำลังภายใน…
 
จำได้ว่า ของเล่นชิ้นโปรด คือพวก ดาบมังกร, กระบี่พลาสติก และ ที่จำได้แม่นยำคือ "ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์" ที่เป็น ดาบโค้งอันหนึ่ง ทำจากพลาสติกรูปร่างคล้ายเคียวเกี่ยวข้าว แต่ความพิเศษของมันคือมีคมดาบสองชั้นสามารถแยกออกจากกันแล้วหมุนกลับ 360 องศาให้เกิดเป็น เคียวสองด้าน สร้างความตื่นตะลึงให้กับศัตรูที่ไม่ทันตั้งตัว… (หรือมันคือ "ตะขอจำพราก" ไม่อาจทราบได้) แต่สุดท้ายแล้ว ยังต้องพ่ายแพ้ต่อ "เซี่ยวลี้ปวยตอ" ของ ตั่วเฮีย ที่ พี่ชายบรรจงแกะสลักขึ้นจากไม้ ด้วยพลังฝีมือล้วนๆ… มีดบินของลี้น้อย ไม่เคยพลาดเป้าจริงๆ…
 
หากจะกล่าวถึงทางฝั่งประเทศเจแปน… ก็ต้องเป็นยุคของ "ขบวนการมนุษย์ไฟฟ้า" และ ขบวนการ "โกลกุลไฟว์"…
 
ช่วงนั้นมันบ้ากันมากๆ เด็กๆทุกคนคงจะเคยจินตนาการสร้าง ยอดมนุษย์ ของตนเองขึ้นมา… ซึ่งของ ผม นั้นเท่ห์มากๆ มีชื่อว่า "เดอะอีเกิ้ล"!!! เป็นมนุษย์แปลง, มนุษย์ไฟฟ้า ที่เกิดจากการที่ ดอกเตอร์ ท่านหนึ่งได้ช่วยเหลือพระเอก จากเหล่าร้าย และผ่าตัดแปลงร่างเขา ให้กลายเป็นมนุษย์กึ่งเครื่องจักรที่มีความสามารถพิเศษ โดยยึดเอา นกอินทรีย์ เป็นแบบอย่าง และ รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ มีท่าไม้ตายเป็นการปล่อยลำแสงพิฆาต…
 
ผม เปี่ยมล้นไปด้วยความเชื่อมั่นเสียเต็มประดาและคิดว่า เดอะอีเกิ้ล ของผมนี่แหล่ะที่แสนจะยอดเยี่ยม เท่ห์ที่สุดในโลกแล้ว จนกระทั่งได้ไปเห็น "ขบวนการข้าวต้มผัด" ของ "ไอ้กร พันธุเสน"…
 
ไอ้กร เป็นเพื่อนรักสมัยประถม เมื่อ ผม เห็นผลงาน ขบวนการข้าวต้มผัด ของมันครั้งแรก ผม รู้ได้ทันทีว่า ผมแพ้แล้ว แพ้อย่างราบคาบ…
 
งานเขียนของมันช่างรวบรัดหมดจด เข้าใจง่าย… ซึ่งความเรียบง่าย บางทีกลับกลายเป็นสิ่งที่สูงส่งลึกล้ำอย่างยิ่ง… ยอดมนุษย์ขบวนการข้าวต้มผัด ของมัน ประกอบด้วย มนุษย์ผู้ใฝ่ดีทั้งหญิงชายรวมกัน 5 คน ถ้าจำไม่ผิดเมื่อทั้งห้าแปลงกายเป็น ยอดมนุษย์ข้าวต้มผัด จะมีความสามารถแตกต่างกันตรงที่ ใส้ต่างๆ เช่น ใส้กล้วย, ใส่เผือก, ใส้ถั่วแดง… ฯลฯ
 
ตอนนั้น ผม ได้แต่กล้ำกลืนฝืนกินความอัปยศของลูกผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ไม่อาจเทียบชั้นฝีมือทางด้านจินตนาการกับมันได้… แต่ก็ยังรวบรวมพลังฝีมือทุ่มเถียงกับ กร เป็นเฮือกสุดท้าย ในประเด็นคำถามที่ว่า… เขาเรียก "ข้าวต้มมัด"โว้ย! ไม่ใช่ "ข้าวต้มผัด"… (ภายหลังเมื่อโตมา จึงได้เข้าใจ ว่าสามารถเรียกได้ถูกต้องทั้งสองอย่าง ขึ้นอยู่กับ ถิ่นฐาน, วัย, และ ความต้องการของผู้เรียก)
 
กร เด็กน้อยอัจฉริยะในตอนนั้น เดี๋ยวนี้นายอยู่ไหน? เป็นไงแล้ว? พยายามเข้านะ เราก็จะพยายามเหมือนกัน!
 
หากข้อมูลผิดพลาด หรือ บิดเบือนไป ต้องขออภัย…
 
(ภาพ "เต็งพ้งตงเพ๊ง และ แชแช", รูปแบบชีวิตในอุดมคติของผม จาก http://www.manager.co.th และ เดอะ "อีเกิ้ง" ร่างจากความทรงจำอันเลือนลาง ณ เวลาปัจจุบัน)
 
Posted in เพื่อจุดยืน | 3 Comments